เดือน: สิงหาคม 2020

ใครมีหม้อทอดไร้น้ำมันต้องจัดเมนู ชูโรส หรือปาท่องโก๋สเปน

By Steven สิงหาคม 30, 2020 0

ชูโรส  ไม่ใช้แป้งและน้ำตาล ไม่ต้องทอดด้วยน้ำมัน เพิ่มความหอมจากผงซินนามอน

ส่วนผสม
เนย 30 กรัม
น้ำเปล่า 30 มิลลิลิตร
อิริทริทอล 60 กรัม (สารให้ความหวานแทนน้ำตาล)
แป้งอัลมอนด์ 70 กรัม
แป้งมะพร้าว 20 กรัม
ไซเลี่ยม ฮัสค์ (Psyllium Husk) 1 ช้อนโต๊ะ
ไข่ 2 ฟอง
อิริทริทอล 1 ช้อนโต๊ะ
ซินนามอน 1 ช้อนโต๊ะ
ดาร์กช็อกโกแลต 20 กรัม
เนย 10 กรัม

วิธีทำ
ละลายเนยกับน้ำเปล่า และอิริทริทอลเข้าด้วยกัน คนให้ละลายและเดือดแล้วยกออก ผสมแป้งอัลมอนด์ แป้งมะพร้าว และไซเลี่ยม ฮัสค์เข้าด้วยกันในอ่างผสม เทส่วนผสมเนยที่ยังร้อนอยู่ลงไปในชามผสมของแห้ง รีบคนให้ส่วนผสมเข้ากัน เติมไข่และตีให้เข้ากัน พักแป้งให้เซตตัวสักประมาณ 5-10 นาที ระหว่างรอแป้งที่พักอยู่ ตัดกระดาษไขตามขนาดที่ต้องการ และใส่แป้งลงในถุงบีบ บีบแป้งลงบนกระดาษไขที่ตัดเตรียมไว้แล้ว เรียงลงในตะแกรงหม้อทอดโดยใช้ความร้อน 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 นาที เมื่ออบเสร็จแล้วก็จะได้หน้าตาแบบนี้ สีที่ได้จะเข้มมากน้อยขึ้นอยู่กับสีของไซเลี่ยม ฮัสค์นะคะ พักไว้ให้เย็นสักพัก ทำผงซินนามอนโดยผสมอิริทริทอลกับผงซินนามอนเข้าด้วยกัน นำชูโรสที่ได้มาคลุกกับผงซินนามอนจนทั่ว ทำซอสช็อกโกแลตโดยละลายเนยกับช็อกโกแลตในไมโครเวฟ พร้อมเสิร์ฟได้แล้วค่ะ ชูโรสสูตรนี้ได้ทดลองแช่เย็นไว้ 3 วันก็ยังอร่อย แถมรสสัมผัสมีความกรอบมากกว่าตอนที่ยังร้อนอยู่ด้วยค่ะ ยังไงลองทำกันดูนะคะ หอมหวานมันเค็มกำลังพอ อร่อยจนต้องห้ามใจไม่อยู่ สามารถลองทำเองได้ที่บ้านไม่ยากอย่างที่คิด สามารถทำขายก็ยังได้เลย สูตรเด็ดแบบนี้ไม่ควรพลาดกัน…

กล้วยไข่บวชชี บางคนอาจจะไม่ชอบกินกล้วยน้ำว้า หรือซื้อกล้วยไข่มากินสด ๆ

By Steven สิงหาคม 29, 2020 0

กล้วยไข่บวชชี  แล้วเหลือเยอะไม่อยากทิ้ง ลองหันมาทำกล้วยไข่บวชชีดูสิคะ อร่อยไม่แพ้กัน

ส่วนผสม
กล้วยไข่ 8 ลูก
หางกะทิ 250 มิลลิลิตร (หรือนมสด)
ใบเตย 2 ใบ
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ (เล็กน้อย)
หัวกะทิ 200 มิลลิลิตร
น้ำเปล่าผสมเกลือสำหรับแช่กล้วย

วิธีทำ
ปอกเปลือกกล้วยไข่ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำแล้วนำแช่ลงในน้ำเปล่าผสมเกลือ
ต้มหางกะทิกับใบเตยจนเดือด ใส่เกลือป่น น้ำตาลทราย และน้ำตาลปี๊บลงไป คนให้ละลายรอจนเดือดอีกครั้ง
ลดไฟลงแล้วช้อนกล้วยไข่จากน้ำใส่ลงไป รอจนเดือดอีกครั้งและกล้วยสุกนิ่ม ใส่หัวกะทิลงไป ต้มจนเดือดประมาณ 3 นาที ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ หอมหวานมัน กำลังพอดี ได้ความหวานจากกล้วย ความหอมจากกะทิ…

กล้วยบวชชี สูตรนี้กะทิหอมกลิ่นใบเตย มาพร้อมเคล็ดลับการต้มกล้วยไม่เละ ไม่ดำ รสชาติไม่ฝาด รับรองอร่อยจนคำสุดท้ายจ้า

By Steven สิงหาคม 28, 2020 0

เมนูเด็ดที่อยากให้ลองคือ กล้วยบวชชี ชีคาราเมลและกล้วยบวชพระ ไปซื้อกล้วยกันเลยเถอะเพื่อน

ส่วนผสม
กล้วยน้ำว้าห่าม 1 หวี
หางกะทิ 500 มิลลิลิตร
ใบเตย 2 ใบ
น้ำตาลปี๊บ 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
เกลือปริมาณเล็กน้อย
หัวกะทิ 400 มิลลิลิตร

วิธีทำ
ต้มกล้วยน้ำว้าในน้ำเดือด ประมาณ 3-5 นาที จนผิวกล้วยเริ่มแตกออก ตักขึ้น ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
ต้มหางกะทิกับใบเตยจนเดือด ใส่กล้วยตามด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และเกลือ ต้มจนเดือดอีกครั้ง ใส่หัวกะทิลงไป ต้มจนเดือดประมาณ 3 นาที ตักใส่ถ้วย พร้อมกิน วิธีทำไม่ยาก อร่อย หอม หวาน มันของกะทิ อร่อยมาก…

ขนมชั้นดอกกุหลาบใคร ๆ ก็ทำกินกัน ต้องนี่เลย ขนมชั้นดอกกล้วยไม้

By Steven สิงหาคม 27, 2020 0

ขนมชั้นดอกกล้วยไม้  หน้าตาฟรุ้งฟริ้งสีสวย แป้งเหนียวนุ่มหอมกะทิ รับรองทำไม่ยากอย่างที่คิด ทำแจกก็ดี ทำขายก็ได้ด้วย

ส่วนผสม
หัวกะทิ 500 มิลลิลิตร
เกลือ 1/4 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 270 กรัม
แป้งข้าวเจ้า 20 กรัม
แป้งเท้ายายม่อม 20 กรัม
แป้งมันสำปะหลัง 140 กรัม
กลิ่นมะลิ
น้ำอัญชัน 30 กรัม
สีผสมอาหารสีม่วงและสีเหลือง

วิธีทำ
ทำน้ำกะทิโดยใส่กะทิ เกลือ และน้ำตาลทรายลงหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน คนจนน้ำตาลละลาย ปิดไฟ พักให้เย็น ใส่แป้งทั้ง 3 อย่างลงในอ่างผสม ค่อย ๆ ทยอยตักน้ำกะทิที่เย็นแล้วใส่ลงในแป้ง โดยทยอยตักทีละทัพพี สลับกับการนวดด้วยมือ หรือใช้ทัพพีค่อย ๆ คนให้เข้ากัน จนน้ำกะทิหมด เติมกลิ่นมะลิ แล้วคนให้เข้ากัน นำไปกรอง แล้วแบ่งเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน ให้นำกะทิที่แบ่งไว้ 1 ส่วนผสมกับน้ำดอกอัญชัน และสีผสมอาหารสีม่วง คนให้เข้ากัน เพิ่มสีได้ตามชอบ ตักส่วนที่เป็นกะทิออกมา 2 ช้อนโต๊ะ ผสมสีผสมอาหารสีเหลืองเพื่อใช้ทำเกสร นำพิมพ์ใส่ซึ้งนึ่งประมาณ 2 นาที ตักกะทิสีเหลืองใส่ตรงเกสรดอกไม้ แล้วนึ่งประมาณ 2 นาที ตักกะทิสีม่วงประมาณ 1 ช้อนโต๊ะใส่ลงพิมพ์ นึ่งประมาณ 3 นาที ตักกะทิสีขาวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะใส่ลงพิมพ์ นึ่งประมาณ 3 นาที ทำแบบนี้สลับกะทิสีม่วงและกะทิสีขาวจนเต็มพิมพ์ เมื่อถึงชั้นสุดท้ายให้นึ่งประมาณ 10-15 นาที เมื่อสุกแล้วให้พักไว้จนกว่าขนมจะเย็นสนิท จึงแกะออกจากพิมพ์ สีหวานสดใส ทำกินหรือทำขายได้เลยค่ะ สีสันดใหน้ากินมาก หอมกลิ่นของกะทิ อร่อยหอมหวานกลมกล่อมอย่างแน่นอน…

ยังเป็นที่นิยมสำหรับทุกวัยกับเมนู โดนัทน้ำตาล ขนมก้อนกลมมีทั้งแบบที่มีรูตรงกลางกับแบบก้อนกลมพอดีคำ

By Steven สิงหาคม 26, 2020 0

โดนัทน้ำตาล  เลือกทำเลือกกินได้ตามความชอบ เอาไว้กินกับเครื่องดื่มสุดโปรดสักแก้วดีแน่นอน

ส่วนผสม
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 500 กรัม
ผงฟู 8 กรัม
นมผง 40 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 240 กรัม
เกลือ 2 ช้อนชา
น้ำ 300 กรัม
ไข่ไก่ (ไข่ทั้งฟองตีให้เข้ากัน) 160 กรัม
น้ำมันพืช 60 กรัม
สีผสมอาหารสีเหลือง 12 หยด
น้ำมันพืช (สำหรับทอด)
น้ำตาลทราย (สำหรับคลุก)

วิธีทำ
ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู นมผง และน้ำตาลไอซิ่งเข้าด้วยกัน เติมเกลือลงไป
เติมน้ำ ไข่ไก่ น้ำมันพืช และสีผสมอาหารสีเหลืองลงในส่วนผสมแป้ง คนเบา ๆ จนส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน พักไว้ประมาณ 15 นาที
ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไปใช้ไฟปานกลาง นำส่วนผสมเทลงเครื่องหยอดโดนัท กดลงบนน้ำมันที่ร้อนได้ที่ เมื่อโดนัทลอยขึ้นให้พลิกกลับด้าน ทำการทอดจนมีสีเหลืองสวยทั้งชิ้น ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน นำไปคลุกน้ำตาลทรายขณะยังอุ่น พร้อมเสิร์ฟ กลิ่นหอม หวาน มัน กำลังพอดี ทำเองได้ง่ายมาก ไม่ต้องขับรถตากแดดไปซื้อเลย สูตรเด็ดแบบไม่อยากให้ทุกคนพลาดกันนะคะ

มัฟฟินบลูเบอร์รี จะใส่บลูเบอร์รีสดหรือซอสบลูเบอร์รีก็ได้ กินแบบแช่เย็นก็อร่อยไปอีกแบบนะคะ

By Steven สิงหาคม 25, 2020 0

มัฟฟินบลูเบอร์รี  เปิดเตาแล้วมาทำมัฟฟินกันเถอะ ทำสดใหม่ออกจากเตาเนื้อนุ่ม ๆ หรือเอาไปแช่เย็นข้ามคืนยิ่งฉ่ำ

ส่วนผสม
แป้งอเนกประสงค์ 145 กรัม
น้ำตาลทราย 75 กรัม
ผงฟู 5 กรัม
เกลือ 1/4 ช้อนชา
ไข่ไก่ (เบอร์ 1) 1 ฟอง
กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
เนยจืดละลาย 25 กรัม
นม 110 กรัม
บลูเบอร์รี 80 กรัม

วิธีทำ
นำแป้งอเนกประสงค์ น้ำตาลทราย ผงฟู และเกลือ ใส่ลงในชามผสม คนให้เข้ากัน เตรียมไว้
นำไข่ไก่ กลิ่นวานิลลา นมจืด และเนยละลาย มาผสมกัน ตีให้เข้ากันดี ใส่ส่วนผสมของเหลว (ส่วนของไข่และนม) ลงในชามผสมแป้ง ตีให้เข้ากัน ใส่บลูเบอร์รีลงไปในชามผสม คนให้พอเข้ากัน
ตักแป้งมัฟฟินลงในพิมพ์มัฟฟินที่รองด้วยถ้วยกระดาษ
นำไปอบที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส ประมาณ 20-22 นาที นำออกมาพักไว้ประมาณ 5 นาที จัดเสิร์ฟ อร่อยหอมหวานของบลุเอร์รี

ว้าว ! ขอตัวออกไปซื้อส้มสด ๆ มาทำเมนู โยเกิร์ตมูสเค้กส้ม

By Steven สิงหาคม 24, 2020 0

โยเกิร์ตมูสเค้กส้ม   ความพิเศษคือมูสเค้กทำจากโยเกิร์ตบวกกับความกรอบของฐานเค้ก และท็อปด้วยเยลลี่ส้ม

ส่วนผสม
ขนมปังอบกรอบ 120 กรัม
เนยละลาย 60 กรัม
เจลาตินผง 2 ช้อนชา
น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 200 กรัม
วิปปิ้งครีม 250 กรัม
น้ำส้มชนิดเข้มข้น 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลไอซิ่ง 25 กรัม
พิมพ์เค้กขนาด 1 ปอนด์

วิธีทำ
ผสมเจลาตินกับน้ำ พักไว้ 10 นาที และบดหรือปั่นขนมปังอบกรอบ ผสมกับเนยละลาย คลุกเคล้าให้เข้ากัน เทใส่ในพิมพ์ที่เตรียมไว้ ปรับหน้าให้เรียบ แช่ตู้เย็นให้เซตตัวประมาณ 30 นาที
นำเจลาตินที่พักไว้เข้าไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที ตักโยเกิร์ตผสมลงไปบางส่วน แล้วคนให้เข้ากัน เสร็จแล้วเทกลับลงไปในชามโยเกิร์ต แล้วผสมน้ำส้มเข้มข้นลงไป คนจนเข้ากัน
ตีวิปปิ้งครีมกับไอซิ่งจนตั้งยอด เทโยเกิร์ตที่ผสมไว้ลงไปในวิปครีม ตีจนเข้ากัน เทใส่พิมพ์ เกลี่ยปรับหน้าให้เรียบ แล้วนำไปแช่ตู้เย็น 30 นาที
ทำเยลลี่โดยผสมเจลาตินกับน้ำแล้วพักไว้ให้เซตตัว 10 นาที แล้วนำไปเข้าไมโครเวฟ 30 วินาที หลังจากนั้นผสมน้ำร้อนกับน้ำส้มเข้มข้น เติมน้ำตาลทรายคนให้ละลายเข้ากัน เทเจลาตินลงไปในถ้วยน้ำส้ม คนให้เข้ากันแล้วพักให้เย็นลง
พอเค้กเซตตัวแล้วก็ตกแต่งด้วยส้ม พอเยลลี่เย็นลงแล้ว ก็นำมาเทราดบนหน้าเค้ก นำเค้กไปแช่ตู้เย็นให้เซตตัวประมาณ 5 ชั่วโมง พอเซตตัวแล้วนำผ้าชุบน้ำอุ่นพันรอบเค้กประมาณ 1-2 นาที เอามีดปลายแหลมแซะขอบ ๆ ตรงเยลลี่ แล้วนำเค้กออกมาจากพิมพ์ แค่นี้เราก็จะได้เค้กส้มที่แสนอร่อยแล้วไม่ยากอย่างที่คิดเลย เปรี้ยว หวาน กำลังพอดี บอกได้เลยว่าไม่ควรพลาดกันเลยจ้า สูตรเด็ดๆแบบนี้ต้องแล้ว…

ขนมอาลัว สีสวยจริงไม่จกตา หลากสีสัน บีบแป้งแล้วตากแดด กินเพลิน ๆ หรือทำเป็นของขวัญของฝากก็ดีงาม

By Steven สิงหาคม 23, 2020 0

ขนมอาลัว  เมีวิธีมาฝากทุกท่านค่ะ ทำง่ายมาก อร่อยด้วย ลองทำตามกันดูนะคะ

ส่วนผสม
แป้งสาลี (ตราบัวแดง) 145 กรัม
น้ำตาลทราย 350 กรัม
กะทิ 500 กรัม
กลิ่นมะลิ ประมาณ 1/4 ช้อนชา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
สีผสมอาหารตามชอบ
หัวบีบเบอร์ 4B (สำหรับอันใหญ่)
หัวบีบเบอร์ 199 (สำหรับอันเล็ก)

วิธีทำ
ร่อนแป้ง จากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงไป คนให้เข้ากัน ค่อย ๆ ใส่กะทิลงไป ที่สามารถเพิ่มกลิ่นได้ค่ะ พอเข้ากันแล้ว เทในส่วนผสมลงไปในกระทะ ค่อย ๆ กวนด้วยไฟอ่อน ที่พอเริ่มร่อนจากกระทะก็ดับเตา แบ่งใส่ชาม ผสมสีตามชอบ คนให้คลายร้อนลงบ้าง จากนั้นเอาใส่ถุงบีบ หลังจากนั้นบีบลงในถาด แล้วนำไปตากแดดเป็นเวลา 2-3 วัน ผ่านไป 3 วัน เร็วเหมือนโกหก ออกมาน่าตาน่ากินสุด ๆ เก็บไว้ในภาชนะที่ปิดมิดชิด ที่สามารถทำเป็นของฝาก ขนมกินเล่นได้ ที่มีหลากหลายสัน ขนมเอาไว้ใช้ำหรับงานมงคลก็ได้ สามารถทำเองได้ง่ายมาก หอมหวานกำลังพอดี

ไปจ่ายตลาดซื้อฟักทองกันเลย ชวนทำเมนู ขนมไข่ปลาฟักทอง

By Steven สิงหาคม 22, 2020 0

ขนมไข่ปลาฟักทอง  สูตรขนมไทยประยุกต์ ไม่ต้องใช้เนื้อตาล เนื้อนุ่มหนึบสีเหลืองธรรมชาติ

ส่วนผสม
ฟักทองสุกบด 320 กรัม
แป้งข้าวเหนียว 200 กรัม
แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม
แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/4 ช้อนชา
น้ำมะพร้าว หรือน้ำกะทิ หรือน้ำเปล่า 50 มิลลิลิตร
น้ำตาลทราย 400 กรัม
น้ำเปล่า 800 มิลลิลิตร
ใบเตย 4-5 ใบ
งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
มะพร้าวทึนทึกขูด

วิธีทำ
ปอกเปลือกฟักทอง หั่นและล้างให้สะอาด ใส่จาน และเป็นการนำไปนึ่งให้สุก หลังจากฟักทองสุกดีแล้ว จึงนำลงใส่กะละมัง แล้วบดให้เละ และพักไว้ให้เย็น หลังจากฟักทองเย็นตัวแล้ว ให้ผสมฟักทอง แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน เกลือ และน้ำตาลทราย หลังจากนั้นคลุกให้เข้ากัน หลังจากนั้น เติมน้ำมะพร้าว แล้วนวดส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ให้เป็นเนียน ที่ทำน้ำเชื่อมโดยนำน้ำใส่หม้อ ตามด้วยน้ำตาลทราย และใบเตย ตั้งด้วยไฟปานกลางจนหอมจึงตักใบเตยออก (หรือจะยังไม่ตักออกก็ได้) ในระหว่างรอน้ำเชื่อมเดือด ให้ปั้นแป้งเป็นรูปไข่ปลาสลิดเตรียมไว้ (หรือจะปั้นไปต้มไปก็ได้) เมื่อปั้นแป้งเสร็จแล้ว ให้นำลงต้มในน้ำเชื่อมที่เดือด รอจนตัวไข่ปลาลอยใส จึงตักขึ้น จัดใส่จานเสิร์ฟ พร้อมโรยมะพร้าวทึนทึกขูด และงาขาวคั่ว (มะพร้าวทึนทึกควรคลุกกับเกลือเล็กน้อยก่อนนำไปโรยหน้าขนม) ขนมสีเหลืองทองจากธรรมชาติ ไม่ได้ต้องใส้สีผสมอาหาร สามารถทำได้งานง่ายมาก อร่อยหอมหวานด้วย

เมนูจาก สังขยาฟักทอง เอามาทำอาหารคาวจนเบื่อเปลี่ยนแนวมาทำขนมหวานกินเพลิน ๆ

By Steven สิงหาคม 14, 2020 0

ขอนำเสนอวิธีทำ  สังขยาฟักทอง  เนื้อฟักทองนึ่งเข้ากันดีกับสังขยาหวานหอม

ส่วนผสม
ฟักทอง (พันธุ์ศรีเมือง) ลูกเล็กไม่เกิน 1 กิโลกรัม จำนวน 2 ลูก
หัวกะทิ 250 กรัม
น้ำตาลปี๊บ (น้ำตาลโตนด) 500 กรัม
ไข่ไก่ 3 ฟอง
ไข่เป็ด 3 ฟอง
ใบเตย 5 ใบ
เกลือ (เล็กน้อย)

วิธีทำ
ใช้มีดเจาะไปที่ขั้วฟักทองเป็นวงกลมหรือสี่เหลี่ยมก็ได้ ใช้ช้อนขูดเอาเมล็ดและไส้ฟักทองออก แล้วนำไปล้างให้สะอาดผึ่งให้แห้ง เทหัวกะทิ น้ำตาลปี๊บ ตอกไข่ และใส่เกลือลงไป ใช้ใบเตยขยำให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน กรองด้วยกระชอนแล้วเทใส่ในลูกฟักทอง (ส่วนผสมสังขยาสูตรนี้จะทำได้กับฟักทอง 2 ลูกนะคะ) นำไปนึ่งในน้ำเดือด จากนั้นก็ลดเป็นไฟอ่อน ใช้เวลานึ่งประมาณ 1 ชั่วโมง (หมั่นเปิดฝาดูทุก ๆ 20 นาทีนะคะ) ครบเวลาแล้ว สังขยาฟักทองสุกน่ากิน พักสังขยาฟักทองให้เย็น แล้วจึงนำมาผ่าครึ่ง แบ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ เนื้อเนียนสวย นุ่มละมุนลิ้น อร่อยแบบสุด ๆ หอม หวาน มัน กำลังพอดี ใครที่อยากลองก็สามารถทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด แถมยังสามารถทำขายได้ด้วย ของอร่อยแบบนี้ไม่ควรพลาดกันนะคะ